ปัญหาที่เจอบ่อย
นักเรียนอ่านหนังสือเคมีทุกบทเท่าๆ กันแบบไม่มีลำดับความสำคัญ ทำให้เวลาที่มีจำกัดถูกใช้ไปกับเนื้อหาที่ไม่ค่อยออกสอบ หรือบางคนอ่านเฉพาะบทที่ชอบแต่พลาดบทที่ออกเยอะ ที่จริงแล้วข้อสอบเคมีในทุกระดับมักมี "แนวโน้ม" — เนื้อหาบางเรื่องออกทุกปี บางเรื่องออกเว้นปี หรือบางเรื่องเปลี่ยนตัวเลขแต่รูปแบบเดิม
วิธีทำ
- รวบรวมข้อสอบเก่าอย่างน้อย 3 ปีย้อนหลัง (รวมถึงตะลุยโจทย์ชุดอื่นๆ)
- เปิดตารางหรือสมุดจด แล้วลิสต์หัวข้อใหญ่ออกมา (เช่น ปริมาณสารสัมพันธ์, แก๊ส, กรด-เบส, อัตราการเกิดปฏิกิริยา, Electrochemistry)
- นับจำนวนข้อที่ออกในแต่ละหัวข้อในแต่ละปี แล้วใส่เครื่องหมาย ✓
- ดูว่าหัวข้อไหนมี ✓ ติดกัน 3 ปี = ต้องแม่น / 2 ใน 3 ปี = มีโอกาสสูง / 1 ใน 3 ปี = เสริมนอกเวลา
- จัดลำดับการอ่านตามความถี่ — เนื้อหาที่ออกทุกปีต้องฝึกจนชำนาญก่อน
- สำหรับหัวข้อที่ซ้ำรูปแบบเดิม ให้ฝึกทำโจทย์ซ้ำจนเห็น Pattern เช่น โจทย์ titration ทุกปีจะถาม pH ที่จุดสมมูล จุดครึ่งทาง และการเลือก indicator
ตัวอย่าง นักเรียนคนหนึ่งรวบรวมข้อสอบเคมี ม.6 ปลายภาค 3 ปีย้อนหลัง พบว่า
- ปี 1: แก๊ส (5 ข้อ), ปริมาณสารสัมพันธ์ (4 ข้อ), กรด-เบส (3 ข้อ), Electrochemistry (2 ข้อ), อัตราการเกิดปฏิกิริยา (1 ข้อ)
- ปี 2: ปริมาณสารสัมพันธ์ (5 ข้อ), กรด-เบส (4 ข้อ), แก๊ส (3 ข้อ), Electrochemistry (2 ข้อ), เคมีอินทรีย์ (1 ข้อ)
- ปี 3: ปริมาณสารสัมพันธ์ (5 ข้อ), กรด-เบส (4 ข้อ), แก๊ส (3 ข้อ), Electrochemistry (2 ข้อ), อัตราการเกิดปฏิกิริยา (1 ข้อ)
ปรากฏว่าปริมาณสารสัมพันธ์ออกเยอะสุดและทุกปี นักเรียนจึงทุ่มเวลา 50% ของเวลาอ่านไปที่บทนี้ ได้คะแนนรวมดีกว่าที่อ่านทุกบทเท่าๆ กัน
สรุปจำง่าย "เก็งแนวจากเก่า 3 ปี — จับ Pattern แล้วถนอมเวลา — อย่าเททุกบทเท่ากัน"
