ปัญหาที่เจอบ่อย
นักเรียนส่วนใหญ่ทำข้อสอบเรียงข้อตามลำดับโดยไม่ดูน้ำหนักคะแนน ทำให้ติดขัดในพาร์ทยากหรือพาร์ทที่ได้คะแนนน้อย สุดท้ายพาร์ทที่ได้คะแนนเยอะกลับเหลือเวลาน้อยหรือทำไม่ทัน โดยเฉพาะ TGAT ที่มีหลายพาร์ทย่อยในเวลาจำกัด หรือ TPAT ที่บางพาร์ทมีคะแนนรวมไม่เท่ากัน
วิธีทำ
- เปิดข้อสอบก่อน 2 นาที — ก่อนเริ่มทำ ให้พลิกดูทุกพาร์ทว่าแต่ละพาร์ทมีกี่ข้อและสัดส่วนคะแนนเท่าไหร่ (ดูจากคำแนะนำหน้าข้อสอบ)
- คำนวณเวลาแบบถ่วงน้ำหนัก — สมมติข้อสอบ 3 พาร์ท คะแนน 30%-50%-20% จากเวลาทั้งหมด 180 นาที ให้แบ่งเวลาตามสัดส่วน: พาร์ทละ 54-90-36 นาที
- ตีกรอบเวลาด้วยนาฬิกาข้อมือ — เขียนเวลาปลายทางลงบนปากกาหรือข้อมือ เช่น "พาร์ท 1 ต้องจบก่อน 10:15 น."
- ถ้าติดให้ข้ามทันที — เมื่อพ้นเวลาที่กำหนดไว้สำหรับพาร์ทนั้น ให้ Mark ข้อที่ข้ามไว้ด้วยสัญลักษณ์ แล้วรีบไปพาร์ทถัดไปที่มีคะแนนสูงกว่า
- เก็บตกตอนท้าย — หากเหลือเวลา ค่อยกลับมาทำข้อที่ข้ามไว้ โดยเลือกทำข้อที่มั่นใจก่อน
ตัวอย่าง
ข้อสอบ TGAT2 (การคิดอย่างมีเหตุผล) มี 3 พาร์ท:
- พาร์ท A: จำนวนเต็มและลำดับ 10 ข้อ คะแนนรวม 30% (เวลาทั้งหมด 90 นาที → ใช้ 27 นาที)
- พาร์ท B: โจทย์ปัญหาสมการ 15 ข้อ คะแนนรวม 50% (→ 45 นาที)
- พาร์ท C: ความน่าจะเป็น 5 ข้อ คะแนนรวม 20% (→ 18 นาที)
ถ้าทำพาร์ท B แล้วเจอข้อ 23 ยากมาก ติดนาน 7 นาทีแล้วยังไม่ได้คำตอบ ให้ Mark แล้วข้ามไปพาร์ท C ก่อน พาร์ท C มีแค่ 5 ข้อใช้เวลาไม่นาน เมื่อทำเสร็จแล้วค่อยกลับมา ถ้าเวลาหมดจริงๆ การตอบพาร์ท B ไป 14 ข้อจาก 15 ก็ได้คะแนนตั้ง 46.7% ดีกว่าติ๊กอยู่ข้อเดียวแล้วไม่ได้แต้มพาร์ท C ทั้งพาร์ท
สรุปจำง่าย
> ห้ามทำตามลำดับข้อ ให้ทำตามลำดับคะแนน ข้อละ 1 คะแนนเท่ากัน — ข้ามพาร์ทก้อนใหญ่ไปทำพาร์ทเล็กก่อนไม่ได้ ถ้าเวลาหมดคุณเสียมากกว่าได้
