ปัญหาที่เจอบ่อย ข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือก — อ่านแล้วรู้สึกว่าทุกตัวเลือกถูกหมด หรือทุกตัวเลือกผิดหมด เลือกไม่ถูก สุดท้ายเดาสุ่มได้คะแนนแค่ 25% ตามความน่าจะเป็น ขณะที่คนที่ใช้เทคนิคตัดตัวเลือกมีโอกาสถูกถึง 75-100%
วิธีทำ
- Pass 1 — ตัดตัวเลือกที่ผิดชัดเจนทันที (ใช้เวลา 10 วินาทีต่อข้อ)
- ตัดคำที่มีคำว่า "เสมอ" "ทั้งหมด" "เท่านั้น" "ไม่มีทาง" เพราะข้อสอบภาษาไทยมักใช้คำเหล่านี้กับตัวเลือกที่ผิด
- ตัดตัวเลือกที่สั้นผิดปกติ หรือยาวผิดปกติเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น
- ตัดตัวเลือกที่มีข้อมูลไม่สัมพันธ์กับโจทย์ (ไม่ใช่คำตอบของสิ่งที่โจทย์ถาม)
- Pass 2 — อ่านตัวเลือกที่เหลืออย่างละเอียด (ใช้เวลา 30 วินาทีต่อข้อ)
- ดูว่าตัวเลือกไหนใช้คำเหมือนกัน 90% ต่างกันแค่คำเดียว — ตัวเลือกที่ถูกต้องมักมีรายละเอียดถูกต้องทุกคำ
- หาตัวเลือกที่ "ถูกครึ่งเดียว" — เช่น "A ถูก แต่ C ก็ถูก" แปลว่าไม่มีข้อถูก หรือคำตอบคือ "ถูกทั้ง A และ C"
- Pass 3 — ถ้าเหลือ 2 ตัวเลือก ให้เทียบจุดต่าง (ใช้เวลา 20 วินาที)
- กลับไปอ่านโจทย์อีกครั้ง หาคำสำคัญที่ตัวเลือกทั้ง 2 นั้นต่างกัน
- ใช้หลัก "ตัวเลือกที่ซับซ้อนกว่าหรือมีรายละเอียดมากกว่า มักเป็นคำตอบในข้อสอบวิชาสายสังคม"
- หรือ "ตัวเลือกที่สั้นและตรงประเด็นที่สุด มักเป็นคำตอบในข้อสอบวิชาสายวิทย์"
ตัวอย่าง โจทย์: "ข้อใดคือสาเหตุหลักของสงครามโลกครั้งที่ 1"
- ก. การลอบสังหารท่านฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์ (ละเอียด, เฉพาะเจาะจง)
- ข. การแข่งขันทางอาวุธระหว่างประเทศในยุโรป (กลาง ๆ, กว้าง)
- ค. การลอบสังหารท่านฟรันซ์ แฟร์ดีนันด์ และการแข่งขันทางอาวุธ (ยาวที่สุด, มีคำว่า "และ")
- ง. ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างอังกฤษกับเยอรมนี (แคบ, จุดเดียว)
Pass 1: ตัด ง. เพราะแคบเกินไป Pass 2: ก. กับ ข. ดูเป็นไปได้ทั้งคู่ แต่ ค. รวมทั้งสองอย่าง Pass 3: ข้อสอบประวัติศาสตร์มักตอบแบบมีเหตุปัจจัยหลายด้าน → ค. ถูกต้องที่สุด
สรุปจำง่าย "3 รอบคัดตัวเลือก — รอบแรกตัดทิ้ง รอบสองเทียบละเอียด รอบสามเลือกให้ถูก อย่าเดาล้วน ๆ ใช้หลักการเข้าไว้"
